กองทุนส่วนบุคคล คือ กองทุนที่บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลใดๆ ที่มีวัตถุประสงค์ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ ทำการมอบหมายให้บริษัทจัดการหรือสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตจัดการกองทุนส่วนบุคคลเป็นผู้บริหารเงินลงทุน โดยมีการทำความเข้าใจร่วมกันระหว่างบริษัทจัดการและผู้ลงทุนถึงนโยบายการลงทุน เป้าหมายทางการเงิน ความต้องการผลตอบแทนและระยะเวลาการลงทุน โดยจัดทำเป็นหนังสือสัญญาข้อตกลงระหว่างบริษัทจัดการกับผู้ลงทุน
       เงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลอาจมาจากผู้ลงทุนประเภท “บุคคลธรรมดา” หรือ “นิติบุคคล” ก็ได้ แต่ต้องเป็นผู้ลงทุนที่มีสัญชาติไทยทั้งหมด หรือเป็นผู้ลงทุนชาวต่างชาติทั้งหมดเท่านั้น (กองทุนรวมจึงมีสัญชาติเป็นไปตามสัญชาติของผู้ลงทุน ดังนั้น จะเป็นกองเงินลงทุนที่มาจากผู้ลงทุนสัญชาติไทยร่วมกับผู้ลงทุนต่างชาติไม่ได้) ในกรณีของคณะบุคคลจะต้องประกอบด้วย บุคคลอย่างน้อย 2 คนขึ้นไป แต่ต้องไม่เกิน 9 คน
       ธุรกิจการจัดการกองทุนส่วนบุคคล อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.)
ที่มา: TSI-Thailand.org
       เนื่องจากกองทุนส่วนบุคคล เป็นการบริหารจัดการกองทุนภายใต้ข้อตกลงระหว่างผู้ลงทุนและบริษัทจัดการ ทำให้กองทุนส่วนบุคคลสามารถมี นโยบายการลงทุนที่หลากหลาย และผู้ลงทุนสามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนได้ตามความต้องการ อย่างไรก็ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ลงทุนภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ก่อนการว่าจ้างบริหารจัดการกองทุนส่วนบุคคล บริษัทจัดการจะขอข้อมูลของลูกค้าเกี่ยวกับฐานะทางการเงิน ภาระทางการเงิน ระยะเวลาในการลงทุน ประสบการณ์ในการลงทุน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และผลตอบแทนที่คาดหวัง เพื่อทำความรู้จักสถานะของลูกค้า (Know your customer) และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายการลงทุนให้เหมาะสมกับลูกค้า (Suitability) ก่อนการกำหนดนโยบายการลงทุน ทั้งนี้ ตัวอย่างนโยบายการลงทุนของกองทุนส่วนบุคคลที่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน ได้แก่
       เสียภาษีในอัตราปกติตามประเภทของผู้ลงทุนและลักษณะของตราสารที่ลงทุน
       ทรัพย์สินของกองทุนส่วนบุคคลไม่ได้จัดสรรออกเป็นหน่วยลงทุนอย่างกองทุนรวม ผู้ลงทุนเพียงแต่นำเงินลงทุนที่มีอยู่ไปให้บริษัทจัดการนำไปวางแผนและจัดการลงทุนตามความเหมาะสมกับตนเอง ดังนั้น กรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินหรือเงินกองทุนจึงเป็นของผู้ลงทุน ชื่อเจ้าของทรัพย์สินก็เป็นชื่อของผู้ลงทุน แต่จะมีการระบุชื่อของบริษัทจัดการควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่าทรัพย์สินของผู้ลงทุนนั้นถูกบริหารโดยบริษัทจัดการ
       ผลตอบแทนที่ได้รับจากการลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลอาจต้องเสียภาษีด้วยตามสถานะของเจ้าของเงิน (ที่อาจเป็นได้ทั้งบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล) เช่น หากคุณเป็นบุคคลธรรมดาและกองทุนส่วนบุคคลนำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย ดอกเบี้ยที่ได้รับก็ต้องถูกหักภาษีตามปกติ (แต่ถ้าเป็นกองทุนรวมเมื่อนำเงินไปลงทุนและได้ผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลหรือดอกเบี้ย ก็จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี)
       ผู้ลงทุนในกองทุนส่วนบุคคลควรจะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอยู่ในระดับดี เพื่อจะได้มีความเข้าใจในนโยบายการลงทุนที่ผู้จัดการกองทุนนำเสนอ และสามารถร่วมกำหนดนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนเองได้
       - เพิ่มโอกาสในการลงทุนที่มากกว่าการลงทุนในหลักทรัพย์เองโดยตรง และเงินลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงได้มากกว่าการลงทุนโดยตรง โดยอาศัยทีมผู้จัดการกองทุนมืออาชีพในการคัดเลือกและจัดสรรเงินลงทุนให้แก่ผู้ลงทุน
       - มีความเป็นส่วนตัว และและมีความยืดหยุ่นกว่าการลงทุนในกองทุนรวมทั่วไป โดยผู้ลงทุนเป็นผู้กำหนดนโยบายร่วมกับผู้จัดการกองทุน และสามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนได้ตามความต้องการของตน อีกทั้งยังสามารถยกเลิกสัญญาได้ตลอดเวลา (ต้องแจ้งความประสงค์การเลิกสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น)
       - สามารถเข้าถึงข้อมูลรายละเอียดการลงทุนได้อย่างใกล้ชิด เสมือนลงทุนด้วยตนเอง
       - บริษัทจัดการจะหาโอกาสการลงทุนในตราสารใหม่ๆที่ให้ผลตอบแทนสูงอยู่เสมอ อาทิ ตราสารที่เสนอขายในตลาดแรก เป็นต้น
       - มีอำนาจต่อรองที่มากขึ้นจากการบริหารเงินกองทุนรวมกัน
       - ลดภาระการติดต่อสถาบันการเงิน การติดตามข่าวสาร และ การบริหารเงินด้วยตนเอง
       ฝ่ายการตลาดกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน โซลาริส จำกัด
       โทร 02 – 624 – 6305 และ 02 – 624 – 6313

คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนและคู่มือภาษีก่อนการตัดสินใจลงทุน